รีวิว Mr. Plankton มิสเตอร์แพลงก์ตอน

You are currently viewing รีวิว Mr. Plankton มิสเตอร์แพลงก์ตอน

“ชีวิตคือการเดินทาง…บางครั้งการหลงทางก็อาจกลายเป็นการผจญภัย”

ซีรีส์ “Mr. Plankton (มิสเตอร์แพลงก์ตอน)” ถ่ายทอดเรื่องราวของการเดินทาง ความรัก และการค้นหาความหมายของชีวิต ผ่านตัวละครที่เต็มไปด้วยปมในอดีต และความหวังที่ยังหลงเหลือในหัวใจ โดยเล่าเรื่อง “การเดินทางของ 3 ชีวิตที่ “แตกต่าง” และ “โดดเดี่ยว” เหมือนกันดังที่แฮโจ (แชซึงฮยอก) กล่าวไว้ว่า…

“อย่าตั้งจุดหมายในชีวิต ถ้าหลงทาง เธอจะไม่ได้เร่ร่อน แต่จะเป็นการพเนจร”

คำพูดนี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในซีรีส์ แฮโจ พาเราออกเดินทางไปกับตัวละครที่ชีวิตกำลังพลิกผัน ผ่านความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และการตัดสินใจที่ดูเหมือนบ้าบิ่นเช่นการไปพัวพันกับแก๊งนักเลง การลักพาตัวเจ้าสาว การออกตามหาพ่อที่แท้จริง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวตลอด 10 ตอนตามที่เราได้รับชมกันไป

☑️ “แฮโจ” ชายหนุ่มที่ค้นพบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคร้ายทางสมอง และมีชีวิตเหลืออยู่เพียง 3 เดือน เขาตัดสินใจลักพาตัว “โจแจมี” แฟนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน เพื่อออกเดินทางตามหาพ่อแท้ ๆ ที่เป็นต้นเหตุของยีนโรคร้ายในตัวเขา

☑️ “โจแจมี” อดีตคนรักของแฮโจ ผู้กำลังเตรียมตัวแต่งงานกับ “ออฮึง” ทายาทของตระกูลใหญ่ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อพบว่าเธอไม่สามารถมีลูกได้ ซึ่งขัดแย้งกับความคาดหวังของครอบครัวที่เธอจะแต่งเข้าไป

☑️ “ออฮึง” ว่าที่สามีของ “โจแจมี” เป็นหมอฝังเข็มผู้ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบของแม่มาตลอด 40 ปี การแต่งงานครั้งนี้เป็นการขัดใจแม่ครั้งแรก หลังจากโกหกว่าโจแจมีตั้งท้องลูกของเขา

——-

Plankton (แพลงก์ตอน) = คนตัวเล็กในสังคม

ในภาษาเกาหลี “플랑크톤” (พลรังคทน) หรือคำว่า “Plankton” มักถูกใช้เป็นแสลงเชิงเปรียบเปรยถึง “คนตัวเล็ก” ในสังคม คนที่ไม่มีอำนาจ ถูกมองข้าม หรือไม่มีผลกระทบต่อสิ่งรอบตัว คล้ายกับตัวละครทั้งสามในเรื่องที่ต่างก็เผชิญกับความอาภัพ และพยายามดิ้นรนเพื่อหาที่ทางของตัวเองในโลกที่ไม่ยุติธรรม อีกทั้งชีวิตที่เต็มไปด้วยความตลกร้าย ซีรีส์เล่าถึงชีวิตที่เหมือนการเดินทางบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและเรื่องราวคาดไม่ถึง ทั้งการตามหาพ่อแท้ ๆ การร่วมเดินทางของคู่รักเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน และการหนีจากกรอบสังคมที่บีบคั้น

——

📌 “บางครั้งการหลงทางอาจดีกว่าการปักหมุดจุดหมายไว้ชัดเจน”

ซีรีส์แสดงให้เราเห็นว่าความสุขอาจเกิดขึ้นระหว่างทาง ไม่ใช่แค่การไปถึงเส้นชัย Mr. Plankton (มิสเตอร์แพลงก์ตอน) จึงถ่ายทอดผ่านการเดินทางของด้วยยานพาหนะต่างๆ ทั้งรถยนต์ รถไฟ ออกเรือจนเรือล่มไปติดเกาะ สัญญลักษณ์ป้ายบอกทาง หรือแม้แต่รองเท้าแบบต่างๆ เพื่อสื่อถึงเส้นทางที่ตัวละครต้องเลือกเดิน เรื่องนี้ยังแฝงสารที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับ “ความรัก” และ “การยอมรับ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวละครทุกคนต่างโหยหาสิ่งเหล่านี้ ในท้ายที่สุด ซีรีส์แสดงให้เห็นว่า ความรักไม่ได้มาจากความสมบูรณ์แบบ แต่คือการยอมรับข้อบกพร่องของกันและกัน

ขอยืนยันว่า Mr. Plankton (มิสเตอร์แพลงก์ตอน) เป็นซีรีส์ที่ควรค่าแก่การรับชม การันตีผลงานการเขียนบทที่พร้อมปลอบประโลมและเยียวยาจิตใจจาก “โจยง” จากบทซีรีส์ “It’s Okay To Be Not Okay” หรือในชื่อภาษาไทย “เรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน” ในปี 2020 มาแล้ว ร่วมด้วยผู้กำกับ “ฮงจงชาน” ที่มาช่วยสร้างสรรค์ภาพความงดงามระหว่างการเดินทางทั่วสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) เพื่อการหาคำตอบของชีวิตและค้นพบตัวเองตลอดการเดินทางและเหตุการณ์ที่แสนจะวุ่นวายในเรื่อง สมทบด้วยนักแสดงหลักได้แก่ อูโดฮวาน อียูมี และ โอจองเซ ที่มาช่วยถ่ายทอด “ความเหงา” และ “ความอบอุ่น” ของเรื่อง Mr. Plankton นี้ได้อย่างกลมกล่อม

——

หากชื่อของ “แฮโจ” หมายถึงทำให้หน่อย (ทำเลยสิ) และชื่อของแจมี หมายถึง สนุก (ความสุข) เราก็ควรทำชีวิตนี้ให้สนุกและมีความสุขไม่ต้องรอเวลาสุดท้ายของชีวิตจริงมั้ยคะ?


สารสำคัญของ “It’s Okay To Be Not Okay” คือการบอกว่ามนุษย์มีความอ่อนแอในตัวเอง ซึ่งทำให้พวกเขาเจ็บปวดเหมือนคนไข้ แต่ความอ่อนแอนี้กลับเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถพึ่งพิงกันและใช้ชีวิตร่วมกัน นี่คือความหมายของการเป็น “มนุษย์” สำหรับ Mr. Plankton คงกำลังบอกกับเราว่า ไม่สำคัญว่าเราจะเกิดมาอย่างไร แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกใช้ชีวิตอย่างไรสำคัญกว่า เพราะชีวิตมีเวลาจำกัดและบางครั้งแสนสั้นราวกับแพลงก์ตอนในทะเล การใช้ชีวิตอย่างมีความหมายคือสิ่งที่เราเลือกได้และทำให้มันมีคุณค่าได้เช่นกันค่ะ

📺 Mr. Plankton (มิสเตอร์แพลงก์ตอน) รับชมได้ทาง Netflix จำนวน 10 ตอน

Leave a Reply