พัคโบกอม (Park Bo-gum) ได้ร่วมพูดคุยถึงผลงานการแสดงเรื่องล่าสุดของเขา When Life Gives You Tangerines ทาง Netflix
เรื่องนี้ พัคโบกอม รับบทเป็น กวานชิก สามีและพ่อที่พุ่งพาได้ เขาทุ่มเททุกอย่างให้กับครอบครัว ทั้ง แอซุน ภรรยาของเขา (รับบทโดย ไอยู (IU) และลูกๆของเขา
แม้ว่าตัวละครของเขาจะไม่ค่อยพูดมากนัก แต่เขาได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านทางการกระทำ, การแสดงสีหน้า เหล่านี้ล้วนดึงความรู้สึกให้ผู้ชมมีส่วนร่วมไปกับอารมณ์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี
ซีรีส์สามารถรับชมได้ทาง Netflix ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม และไต่ขึ้นอันดับ 2 ของซีรีส์หมวดภาษาต่างประเทศในชาร์ต Netflix ทั่วโลก มีการแบ่งการออกอากาศโดยปล่อยครั้งละ 4 ตอน และ 4 ตอนสุดท้ายจะปล่อยให้รับชมกันในวันศุกร์นี้
When Life Gives You Tangerines ถือเป็นโปรเจคแรกของพัคโบกอมหลังเสร็จสิ้นภารกิจในกองทัพเมื่อปี 2022 เขาทุ่มเทกับบทนี้จนถึงกับเลื่อนซีรีส์เรื่องอื่นออกไปก่อน
“ผมซาบซึ้งกับการที่ผู้ใหญ่ปกป้องคนที่อ่อนแอกว่าที่เล่าอยู่ในบทซีรีส์ เรื่องราวอันอบอุ่นทำให้ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจคนี้”
กวานชิก เป็นตัวละครที่ไม่ค่อยพูด แต่เขาจะแสดงความรักผ่านทางการกระทำ เขามอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับภรรยาและลูกเสมอ และไม่เคยบ่นถึงความลำบากของตัวเองในการเป็นชาวประมง
พัคโบกอมอธิบายว่าตัวละครกวานชิกเป็นคนที่ปกป้องและเห็นคุณค่าของคนที่เขารัก
“ทุกคนมีหัวใจที่ต้องดูแลและมีคนที่ต้องปกป้อง เช่นเดียวกับกวานชิก”
เขาพูดต่อ
“พวกเขาแค่ไม่ได้แสดงมันออกมาอย่างเป็นประจำ ผมเชื่อว่ามีคนแบบกวานชิกในโลกใบนี้ครับ”
“ผมคิดว่าความรักของกวานชิกเกิดจากสิ่งที่เขาได้รับจากย่าม พ่อ และแม่ของเขา เมื่อคุณได้เจอกับความรักที่ดี คุณก็จะสามารถส่งต่อมันได้มากขึ้น”
และเพราะว่ากวานชิกรายล้อมไปด้วยคนที่เขารัก พัคโบกอมเลยไม่คิดว่าตัวละครของเขาน่าสงสารเลย
“ผมคิดเสมอว่าพลังงานความสุขของกวานชิกเต็มตลอด เขาทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวได้ทำในสิ่งที่ต้องการ มันไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าครับ สำหรับผมมันน่าชื่นชม”
พัคโบกอมได้พูดถึงฉากที่กวานชิกสูญเสียลูกวัย 3 ขวบของเขา เขาเล่าว่าถ่ายทอดความเศร้าในฉากนั้นอย่างไร
“มีบทซีรีส์ที่เขียนว่า ‘น้ำตาของพ่อสะเทือนโลก’ ผมรู้สึกว่าการแสดงความเศร้าของเขาผ่านความเงียบเป็นสิ่งที่สะท้อนความรู้สึกของเขาได้ซื่อตรงที่สุด”
อีกฉากที่ผู้ชมพูดถึงกันมากคือฉากที่ กวานชิกว่ายน้ำไปหาแอซุน ซึ่งพัคโบกอมซึ่งเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำสมัยมัธยมต้นได้แสดงฉากนี้ด้วยตัวเอง
พัคโบกอมยังได้ชื่นชม อิมซังชุน นักเขียนบทของซีรีส์เรื่องนี้ แม้ว่าจะต้องแสดงเป็นบทพ่อในยุค 1950 แต่เขาสามารถแสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติเพราะบทของซีรีส์
“ไม่เกี่ยวว่าผมใช้ชีวิตมาในช่วงเวลาไหน แต่พอผมอ่านบทที่คุณนักเขียนอิมซังชุนเขียน ผมเข้าใจทั้งหมดเลย ผมสามารถเข้าถึงได้”
เขาพูดต่อ
“ระหว่างการอ่านบท เหมือนกับตัวละครทุกคนกลายมามีชีวิต”
เพื่อทำให้การแสดงบทกวานชิกสมบูรณ์แบบมากขึ้น พัคโบกอมได้เล่าถึงการเตรียมร่างกายของตัวเอง
“เพราะว่าตัวละครว่ายน้ำเก่ง ผมเลยต้องเพิ่มน้ำหนัก ทีมเมคอัพช่วยทำสีผิวให้แทนขึ้น และเพราะว่ากวานชิกไม่ค่อยพูด ผมเลยทำให้เสียงตัวเองทุ้มลงสำหรับบทนี้ครับ”
แม้ว่ากวานชิกจะอยู่ที่เกาะเชจู แต่เขาไม่ค่อยพูดภาษาท้องถิ่น พัคโบกอมเล่าถึงเรื่องนี้ว่า
“ผู้กำกับบอกว่าพ่อของกวานชิกอยู่เชจู แต่แม่ของเขามาจากที่อื่น ผมเลยพยายามผสมเอาภาษาท้องถิ่นเชจูเข้ามาให้อยู่ในจังหวะแบบที่แม่ของเขาพูดครับ”
สำหรับการร่วมงานกับไอยู พัคโบกอมบอกว่า
“ยากนะครับที่จะได้แสดงกับคนที่อายุเท่ากัน ผมสนุกมากที่ได้ทำงานกับเธอและการได้เห็นเธอแสดงเป็นแอซุน จากนั้นก็แสดงเป็นกึมมยอง และเตรียมคอนเสิร์ตของตัวเองไปด้วย ทำเอาผมคิดว่า ‘เธอจัดการอารมณ์ได้ดีมาก’ ผมอยากบอกกับเธอจริงๆว่า ‘คุณทุ่มเทกับโปรเจคนี้ทั้งหมดจริงๆ’”
พัคโบกอมพูดถึง 4 ตอนสุดท้ายว่า
“หลังจากได้ดูตอนจบ ผมคิดว่าคนคงรู้สึกอยากแสดงความรักต่อคนที่พวกเขารักมากขึ้น ผมหวังว่าซีรีส์เรื่องนี้จะอยู่ในใจของคุณไปอีกนาน”
แม้ว่าพัคโบกอมจะเป็นนักแสดงชื่อดัง แต่จริงๆแล้ว ความฝันเริ่มแรกของเขาคือการเป็นนักร้องและนักแต่งเพลง เขาเคยส่งวิดีโอตอนที่ร้องเพลงและเล่นเปียโนให้กับบริษัทบันเทิง แต่ถูกสนับสนุนให้เป็นนักแสดงแทน
พัคโบกอมเดบิวต์ในภาพยนตร์เรื่อง “Blind” เมื่อปี 2011 และได้รับการจดจำจากบท ชเวแทค ในเรื่อง Reply 1988อย่างไรก็ตาม เขายังคงชอบเสียงเพลง และเขาเคยได้รับหน้าที่พิธีกรในรายการ Music Bank และในตอนนี้เขายังเป็นพิธีกรให้กับรายการ The Seasons: Park Bo-gum’s Cantabile
นอกจากนี้พัคโบกอมกำลังจะมีผลงานซีรีส์แอคชั่นคอมเมดี้เรื่องใหม่ Good Boy ทางช่อง JTBC ที่จะออกอากาศในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเรื่องนี้เขารับบทเป็น ยุนดงจู นักกีฬาชกมวยเหรียญทองที่หันมาสมัครเป็นตำรวจ